• 092-664-9369 rnlkcos@hanmail.net

อยากมีแบรนด์ เครื่องสำอางเป็นของตัวเอง เริ่มยังไงดี

Rnlkcos

หมวดหมู่ : ข่าวสาร / กิจกรรม




อยากมีแบรนด์ เครื่องสำอางเป็นของตัวเอง 
เริ่มยังไงดี ?? 

ยุคนี้เป็นยุคของออนไลน์ 
การหาข้อมูลต่างๆ จึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป 
ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ ด้านธุรกิจความงาม ใครๆ ก็สามารถมีแบรนด์ครีมและเครื่องสำอางเป็นของตัวเองได้ง่ายๆ 
แต่!!!!!
ทำแล้วจะดังไหม? ติดตลาดไหม? ขายได้ไหม?
นั่นคือ.. ความเสี่ยงที่ทุกคนต้องกล้าลงทุน 
มีคนจำนวนไม่น้อย ที่มีความตั้งใจเต็มร้อย แต่ดันลงทุนผิดที่ เลือก #โรงงานผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน ได้สินค้าที่ไม่มีคุณภาพ

www.rnlkcos.com ของเรา ในฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน การผลิตเครื่องสำอาง ครีม และอาหารเสริม เกาหลี จะมาบอก...
? 8 สูตรลัด ปั้มแบรนด์เครื่องสำอาง ให้ปัง! ?
อยากเป็นเจ้าของแบรนด์ต้องเริ่มยังไง? ต้องทำอะไรบ้าง? และขายได้ยัง?
เวิ้นเว้อกันเยอะพอสมควรแล้ว ^^ ตามไปดูกันเลยค่า
---------------
สนใจผลิตที่โรงงานจากประเทศเกาหลีโดยตรง
??ไม่ผ่านตัวแทน??
มีตัวตนจริง ตรวจสอบได้ค่ะ??

?? : 0926649369
Line ID : @rnlkcos
หรือ คลิ๊ก ???? https://line.me/R/ti/p/%40rnlkcos
Kakoa talk : ohzaa1
Wechat : nina5700
Email : rnlkcos@hanmail.net
Instagram : rnlkcos
Facebook : rnlkcos โรงงานผลิตเครื่องสำอางเกาหลี
Website : www.rnlkcos.com
1. ศึกษาตลาดผลิตภัณฑ์ก่อน เทรนด์ตอนนี้เป็นยังไง? และเราจะขายใคร? ก่อนจะทำแบรนด์ เราต้องสำรวจตลาดก่อนว่า เราควรขายอะไร และขายสินค้าให้ใคร กลุ่มคนที่เราจะเอาไปขาย มีสัดส่วนที่มากน้อยแค่ไหนในตลาด ตอนนี้เทรนด์ไหนอิน เทรนด์ไหนเอ้าท์ เช่น ตอนนี้ลิปแมทจิ้มจุ่ม ในไทยกำลังมาหรือป่าว? เค้าฮิตสีอะไรกัน? ราคาประมาณไหนขายได้ และราคาประมาณนี้ แพ็ตเก็ตแบบนี้ ใช้งานแบบนี้ ควรขายให้ใคร? ถ้าเราจับจุดได้ แน่นอนว่าสินค้าเราต้องติดตลาดแน่นอน...

2. หาจุดเด่น จุดขาย ให้กับผลิตภัณฑ์ของเรา ผลิตภัณฑ์ของเรา ต้องมีจุดเด่น และจุดขาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ที่จะทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จ ลองนึกดูนะคะว่า มีหลายแบรนด์ที่ออกลิปแมทมาขาย สมมติว่า 100 แบรนด์ คุณจะทำอย่างไรถึงจะชนะคู่แข่ง แน่นอนว่า... เราต้องไม่สร้างจุดขาย ที่มีความแตกต่างจากท้องตลาดมากเกินไป เช่น ทำลิปแมทเรืองแสง ทำลิปแมท ที่หัวข้างนึงเป็นมาสคาร่า ใช่ค่ะ!! ไม่ต้องต่างเว่อวังขนาดนั้น เพราะจะทำให้ลูกค้าต้องทำความเข้าใจแบรนด์ใหม่ หรือต้องยุ่งยากในการใช้งาน

3. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพ ผู้ที่เคยมีประสบการณ์ เพื่อลดความเสี่ยง แน่นอนว่าในการเริ่มต้นทำแบรนด์สินค้า เราต้องเจอปัญหาเยอะแยะมากมาย และค่อยข้างมีความเสี่ยง แต่หากเรามีผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษาเรื่องต่างๆ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเจอปัญหาต่างๆ ที่พวกเขาเคยเจอมา อย่างน้อยเราจะได้เตรียมตัว หรือเตรียมแผนสำรองเอาไว้

4. เลือกโรงงาน ที่ได้มาตรฐาน นอกจากเราจะมีไอเดียดี เตรียมแผนการตลาดเลิศๆ เอาไว้แล้ว การเลือกโรงงานการผลิตที่มีคุณภาพนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่สุด หลายคนคิดว่าครีมธรรมดา ถ้าทำการตลาดดียังไงก็ขายได้ ก็อาจจะจริงแค่ในช่วงสั้นๆ เพราะถ้าลูกค้ารู้สึกว่าครีมเราไม่มีคุณภาพตามที่โฆษณาไว้ ก็จะไม่กลับมาซื้อใช้อีก ไม่มีการบอกต่อ และที่เลวร้าย อาจจะมีการฟ้องร้อง ขึ้นโรงขึ้นศาลกันเลยทีเดียว

5. ขายใคร? ทำการตลาดยังไง? กลุ่มเป้าหมายคือใคร และต้องมั่นใจว่า ?ขายได้? การตลาดเป็นสิ่งสำคัญ ที่ต้องวางแผนคิดเป็นอันดับแรกๆ ก่อนการทำแบรนด์ มีหลายแบรนด์ที่พลาด ผลิตสินค้าก่อนคิดวางแผนการตลาด ซึ่งนั่นเป็นวิธีการที่ผิด เพราะเราต้องรู้ว่าจะนำสินค้าไปขายใคร และทำการตลาดอย่างไร อย่าใช้ความรู้สึกเราเพียงคนเดียวในการวัด ต้องยึดตามหลักข้อความความเป็นจริง

6. ออกแบบ แพ็กแกจให้น่าสนใจ แพ็กเกจที่ดีต้องมีเอกลักษณ์ จดจำง่าย ตรงกลุ่ม เมื่อเรารู้ว่า เราจะขายสินค้าให้ใคร เราก็จะรู้ว่า ควรออกแบบรูปลักษณ์และความสวยงามของบรรจุภัณฑ์อย่างไร ให้ตรงใจลูกค้ามากที่สุด ซึ่ง First Impression เป็นสิ่งที่สำคัญ มองแพ็กแกจครั้งแรกและซื้อ โดยไม่สนใจตัวสินค้ามีเยอะแยะไป แต่นอกจากความสวยแล้ว ควรมีบอกสรรพคุณ และวิธีการใช้งานให้ครบถ้วน สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้สินค้าดูโดดเด่นน่าซื้อ ดูน่าเชื่อถือ ช่วยอัพราคาให้กับสินค้าเราได้

7. โปรโมทสินค้า ให้เจ๋ง ให้โดน ต้องมีการวางแผน การตลาด และการประชาสัมพันธ์ต่างๆ วางแผนในการโปรโมทเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้อย่างอื่น เราต้องรู้ว่าในเดือนนี้จะทำอะไร จะโปรโมทอย่างไร ออฟไลน์โปรโมทอย่างไรที่ไหน ? ออนไลน์โปรโมทกับใคร อย่างไร? บางแบรนด์ใช้ดารา เป็นพรีเซนเตอร์ บางแบรนด์เน้นส่งสินค้าให้บล็อเกอร์รีวิว ให้เน็ตไอดอลถือสินค้า หรือใช้เวปไซต์ชื่อดังในการโปมโมทสินค้า รีวิวสินค้า เช่น sanook , kapook , pantip หรือ jeban เป็นต้น

8. หาช่องทางขายสินค้า ทั้งในรูปแบบออฟไลน์ และออนไลน์ เดี๋ยวนี้ช่องทางในการขายมีเยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็นออฟไลน์ ขายส่ง หรือจะขายในพวก Beauty Store ตัวอย่างเช่น Eveandboy , Watson หรือ Boots ฯลฯ หรือบางแบรนด์ขายใน Home Shopping เช่น TV Direct, True Direct หรือ O Shopping เป็นต้น และที่นิยมสูงสุดในตอนนี้คือ ขายแบบออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นขายใน Facebook ส่วนตัว Facebook fan page หรือพวกเวป E-commerce ต่างๆ เช่น Lazada , 11Street และ Shopee ทั้งหมดที่ว่ามานี้ ไม่ว่าช่องทางไหน ความขยันก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการขาย ความสม่ำเสมอ เช่น หากคุณรู้แล้วว่าคุณจะขายในเพจ Facebook คุณต้องขยันโพสต์ ขยันถ่ายรีวิว ขยันตอบลูกค้า ความขยันในการนำเสนอจะช่วยให้แบรนด์ของคุณดูน่าเชื่อถือและเป็นที่รู้จักได้เร็วยิ่งขึ้น พอคนเห็นว่าเพจคุณมีความเคลื่อนไหว มีลูกค้าใช้จริง ก็จะทำให้คนกล้าตัดสินใจซื้อสินค้าคุณได้ไม่ยากค่ะ